วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2552

นกพิราบ

เป็นนกพื้นบ้าน ซึ่งได้รับการเพาะเลี้ยงด้วยจุดประสงค์ต่างๆกันมากว่า 3000 ปี สืบเชื้อสายมาจาก Rock dove หรือ Rock pigeon ซึ่งอาศัยอยู่ตามหน้าผาหินและแตกแขนงสายพันธุ์รูปลักษณ์ ไปตามท้องถิ่นต่างๆ ทั่วทั้งทวีปยุโรปและเอเชีย มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ คือ columba livia สำหรับในประเทศไทย นกพื้นบ้านเหล่านี้ ได้แก่นกพิราบตามท้องไร่ท้องนา ซึ่งต่อมาได้ปรับตัวเข้ามาอยู่ในเมือง ตามอาคารบ้านเรือน วัดวาอารามต่างๆ และอีกชนิดหนึ่งที่รู้จักกันดีก็คือ นกเขาที่มีเสียงขันที่ไพเราะนั่นเอง

จุดประสงค์ในการเพาะเลี้ยงนกพิราบ มีอยู่ 4 ประการ

  1. การ เพาะเลี้ยงเพื่อคัดเอาความสามารถในการบิน ( flying ability ) เช่น การบินทน บินเร็ว บินฉวัดเฉวียน บินโฉบ และความสามารถในการบินกลับกรง (homing) ซึ่งได้แก่นกพิราบพันธุ์สื่อสาร หรือนกพิราบแข่งนั่นเอง
  2. การเพาะเลี้ยงเพื่อคัดเลือกเสียงขันที่ไพเราะ ซึ่งได้แก่นกเขาชนิดต่างๆ นกTrumpeters นก laughers
  3. การเพาะเลี้ยงเพื่อความสวยงามของรูปร่างหน้าตาและสีขน ( Fancy pigeon ) เช่น นกพิราบหางแพน ( fantail ) นก jacobin
  4. การ เพาะเลี้ยงเพื่อชำแหละเป็นนกเนื้อ เช่น พันธุ์ king พันธุ์ carneau พันธุ์ texan และที่มีขนาดใหญ่ที่สุดก็คือ พันธุ์ roman ซึ่งมีน้ำหนักตัวประมาณ 1.5-2.5 กก

สีของนกพิราบ

สีพื้นฐานของนกพิราบ มีอยู่ 5 สี คือ
  • สีเทาฟ้าที่มีแถบดำ 2 เส้นพาดขวางบริเวณปีกทั้งสองข้าง (blue-bar) เป็นสีพื้นฐานที่พบมากที่สุด
  • สี กระ (checker,check) ลักษณะพื้นฐานคล้ายสีเทาฟ้าแต่มีหย่อมสีดำกระจายทั่วปีก ถ้าหย่อมสีดำหนาแน่นเรียกว่าสีดำกระ (dark blue check) ถ้าไม่หนาแน่นเรียกว่าสีเทากระ (blue check)
  • สีโกโก้ (ash red and brown) เป็นสีที่พบได้น้อย สำหรับนกสีโกโก้ที่มีแถบสีโกโก้เข้ม 2 เส้นพาดขวางบริเวณปีกทั้งสองข้างเราจะเรียกว่า red bar
  • สีดำ (black) เป็นสีที่พบได้น้อยเช่นกัน ลักษณะสีดำสนิททั้งตัว
  • สี ขาว (white) เป็นสีที่พบได้น้อย เกิดจากการผ่าเหล่า (mutation) ของนกสีต่างๆที่กล่าวมาแล้ว เป็นนกเผือกคือสีขาวปลอดทั้งตัวและดวงตาจะมีสีไม่เหมือนนกพิราบปกติแต่จะ เป็นสีดำทึบ (dark or bull's eye)

การสังเกตุเพศ


ตัวผู้ ตัวเมีย
หัว ใหญ่และกว้าง เล็กและเรียว
ปาก สั้นและหนา ยาวและเรียว
จมูก ใหญ่และหนา เล็กและเรียว
รูปร่าง ใหญ่และบึกบึน เพรียวบาง
การขัน ขันเสียงดังเมื่อพบตัวเมีย พร้อมๆกับผงกหัวขึ้นลง และแพนหางลง ไม่ขัน

สำหรับในเรื่องของการแยกเพศนก พิราบว่าตัวไหนเป็นตัวผู้ ตัวไหนเป็นตัวเมียนั้น ในคนที่เลี้ยงนกพิราบใหม่ๆ อาจจะยังไม่มีความชำนาญในการแยกเพศเท่าไรนัก แต่เดี๋ยวทำไปนานๆ ก็ชินไปเอง หลักการง่ายๆ ในการแยกเพศของนกพิราบก็คือ ตัวผู้นั้นจะมี่ร่างกายที่บึกบึนมากกว่า ตัวสูงกว่า และหัวกะโหลกมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย มีนิสัยชอบก่อการร้าวราญ หรือหาเรื่องทะเลากับตัวผู้ด้วยกันเอง จะไม่ค่อยรังแกนกตัวเมีย

ส่วน ตัวเมียนั้น เมื่อยืนบนพื้นที่ราบเรียบในสภาพที่ปกติแล้ว เส้นหลังจะทอดเป็นระดับมากว่าตัวผู้ และไม่ค่อยทะเลาะกันเองเท่าไร นอกเสียจากจะแย่งรังกันวางไข่ เมื่อโตเต็มที่ถึงวัยผสมพันธุ์แล้วเท่านั้น